Home » » หนุ่มวัย23 เตรียมบวช! ขับเก๋งพายายไปแจกการ์ด เจอรถพ่วงชนทั้งคู่ดับสยอง ก่อนคนขับเล่าชัดเกิดอะไรขึ้น ผิดคาด ไม่เป็นอย่างที่คิด!!!

หนุ่มวัย23 เตรียมบวช! ขับเก๋งพายายไปแจกการ์ด เจอรถพ่วงชนทั้งคู่ดับสยอง ก่อนคนขับเล่าชัดเกิดอะไรขึ้น ผิดคาด ไม่เป็นอย่างที่คิด!!!

Written By Best Newsth on Wednesday, March 28, 2018 | 6:01 PM




เมื่อเวลา 13:50 น. วันที่ 28 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าว  รายงานว่า ร้อยตำรวจเอกภัทรพงศ์ มีแก้ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านนาสารรับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนสาย สุราษฎร์-นาสาร บริเวณบ้านควนกองเมือง พื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต



ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียนหน้า 70-4912 สุราษฎร์ธานี ป้ายพ่วงหลัง 81-5527 สุราษฎร์ธานี พบความเสียหายที่บริเวณกันชนด้านหน้าเล็กน้อย ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถบรรทุกแร่ยิปซั่ม มีนายณัฐสิทธิ์ สุสะอาด อายุ 40 ปีบ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 10 ตำบลขนม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนขับรอให้การกับพนักงานสอบสวนสวน


ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้าวีออส สีขาวหมายเลขทะเบียน กธ 3411 สุราษฎร์ธานี สภาพด้านหน้าพังยับ พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในหนึ่งรายคือนายภาณุกร สั่งแก้วอายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 106 / 78 หมู่ที่ 3 ถนนพ่อขุนทะเล ตำบลมะขามเตี้ย เมืองสุราษฎร์ธานี ต้องใช้เครื่องตัดทางนำร่างออกมาก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านนาสาร และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายพบเสียชีวิตติดอยู่ภายในคือนางประทุม โกละกะ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 106 / 78 หมู่ที่ 3 ถนนพ่อขุนทะเล ตำบลมะขามเตี้ย เมืองสุราษฎร์ธานี



ด้านนายณัฐสิทธิ์ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่าตนเองขับรถมุ่งหน้าสู่อำเภอบ้านนาสารมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเนินและมีเส้นทึบห้ามแซง แต่ปรากฎว่าพบรถเก๋งคันดังกล่าว แซงรถอีกคันขึ้นมา ทั้งๆที่เป็นเส้นทึบ และได้วิ่งสวนเลนของตนเข้ามา โดยตนเองได้พยายามเบรกแล้ว แต่ด้วยความกระชั้นชิดทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เป็นเหตุให้รถเก๋งคันดังกล่าวชนเข้าอย่างจังจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

จากการสอบสวนทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าว มีนายภาณุกร หลานชายนางประทุม เป็นคนขับและกำลังกลับจากการไปแจกการ์ดงานบวชที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 เม.ย. ที่จะถึงนี้ และยังมีสามีของนางประทุม ที่นั่งมาด้วย แต่ได้ลงที่บ้านญาติระหว่างทางก่อนถึงที่เกิดเหตุ จึงเหลือในรถเพียงแค่ 2 คน



Cr:onebnews