Home » » พาตัวน้องขึ้น ฮ.บินมามาลงพิษณุโลก ขอให้ปลอดภัยนะคะ!!!

พาตัวน้องขึ้น ฮ.บินมามาลงพิษณุโลก ขอให้ปลอดภัยนะคะ!!!

Written By Best Newsth on Monday, March 26, 2018 | 2:44 AM




กกล.นเรศวร ส่ง ฮ.ลำเลียงผู้ป่วยเด็กคลอดก่อนกำหนด หลังลำไส้ทะลักออกจากท้อง รับจาก รพ.อุ้มผาง บินด่วนมา รพ.ตากสินมหาราช ก่อนส่งต่อมาที่ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ระทึกขณะบินทารกหยุดหายใจ แพทย์ต้องช่วยกันปั๊มหัวใจกลางลานจอดเฮลิคอปเตอร์ นานกว่า 20 นาที ก่อนถึงมือหมอ แต่อาการยังน่าห่วง..

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 มี.ค.61 ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ กองบิน 46 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดส่ง เฮลิคอปเตอร์ รุ่นเบล 212 ไปรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลตากสินมหาราช จ.ตาก มายังโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก โดยผู้ป่วยดังกล่าวเป็นทารกเพศชายคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์ 33 สัปดาห์ บุตรของ น.ส.นวพร ยอดวงศ์ษา อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ 3 ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ลักษณะอาการในเบื้องต้นตอนคลอดมีลำไส้ไหลออกมาจากช่องท้อง ไม่มีผนังหน้าท้อง ซึ่งที่โรงพยาบาลตากสินมหาราชไม่มีแพทย์ศัลยกรรมเด็กเฉพาะทาง จึงได้ส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชที่มีแพทย์ด้านนี้อยู่



ซึ่งเมื่อเครื่องลง ทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ลำเลียงเด็กทางตู้อบ นำโดย พญ.ศิวนาฎ พีระเชื้อ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลตากสินมหาราช จ.ตาก เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพุทธชินราช แต่เด็กเกิดอาการหยุดหายใจ แพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการปั๊มหัวใจอย่างเร่งด่วนกลางลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โดยใช้เวลากว่า 20 นาที ท่ามกลางการลุ้นและเอาใจช่วยของเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว จากนั้นได้รีบนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลพุทธชินราชทันที



พญ.ศิวนาฎ พีระเชื้อ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลตากสินมหาราช จ.ตาก กล่าวว่า ทารกดังกล่าวเป็นทารกเพศชายยังไม่ได้ตั้งชื่อ เป็นบุตรของ น.ส.นวพร ยอดวงศ์ษา เพิ่งคลอดออกมาก่อนกำหนด ตั้งท้องได้ 33 สัปดาห์ กับ 6 วัน ลักษณะอาการลำไส้ไหลออกมาจากช่องท้อง ไม่มีผนังหน้าท้อง โดยได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลอุ้มผางมาที่โรงพยาบาลตากสินมหาราช แต่เนื่องจากแพทย์และอุปกรณ์เฉพาะทางไม่เพียงพอ จึงได้ประสานไปยังกองทัพภาคที่ 3 ให้ช่วยลำเลียงผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช



ที่มีเครื่องมือและแพทย์เฉพาะทางในการรักษา ตามนโยบายความร่วมมือของการแพทย์ฉุกเฉิน ร่วมกับกองทัพบกและหน่วยกองบินตำรวจในการลำเลียงผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล สำหรับเบื้องต้นอาการของทารกดังกล่าวยังน่าเป็นห่วง ต้องให้แพทย์ทำการรักษาเพื่อช่วยเหลือต่อไป.





ขอบคุณที่มา :thairath.co.th