Home » » #มันมาได้ไง ?? ชาวบ้านสงสัย "ปิกอัพ" จอดติดเครื่อง -ทิ้งไว้ริมน้ำ? รีบตาม ตร.มาดู รู้เป็นรถใครเท่านั้น? ฮือฮาสนั่น เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ !!! (คลิป)

#มันมาได้ไง ?? ชาวบ้านสงสัย "ปิกอัพ" จอดติดเครื่อง -ทิ้งไว้ริมน้ำ? รีบตาม ตร.มาดู รู้เป็นรถใครเท่านั้น? ฮือฮาสนั่น เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ !!! (คลิป)

Written By Best Newsth on Saturday, March 31, 2018 | 4:21 AM




เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 61 ผู้สื่อข่าว  รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้านว่า พบรถปิกอัพอยู่บริเวณริมบึงน้ำขนาดใหญ่ ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลมะขามเตี้ย เมืองสุราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในลักษณะหัวทิ่มลงไปในน้ำแต่เครื่องยนต์ยังคงติดอยู่

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของพลตำรวจตรี บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวนและกำลังตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง พบรถคันดังกล่าวเป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แบบตอนครึ่ง สีบรอนเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รอบตัวรถมีลักษณะคล้ายกำลังทำสีแต่ยังไม่เสร็จ จอดอยู่ในลักษณะล้อหน้าปริ่มน้ำ แต่เครื่องยนต์ยังสตาร์ทอยู่ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าว เห็นรถปิกอัพคันดังกล่าว จอดอยู่ในลักษณะผิดสังเกตที่ริมบึงน้ำจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่



หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พลตำรวจตรีอภิชาต ต้องพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่คนร้ายใช้กระทำความผิด โดยการก่อเหตุยิงผู้เสียหาย บริเวณงานศพในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางมะเดื่อ อำเภอพุนพิน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 61 ที่ผ่านมา จนได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงถึง 2 ราย ซึ่งจากการสอบสวนในคดีดังกล่าวทราบว่า เป็นการทวงหนี้ในธุรกิจผิดกฎหมาย คนร้ายจึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และสอบสวนจนทราบตัวคนร้าย และรถที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตาม



จนกระทั่งมาพบรถคันดังกล่าว ซึ่งตรงกับคันที่พยานแจ้งเบาะแสไว้ คาดว่าคนร้ายนำมาต้องการจะเปลี่ยนสีรถเสียใหม่ แต่เกิดขัดข้องประการใดจึงหวังขับรถลงในบึงน้ำขนาดใหญ่เพื่อซ่อนเร้น แต่คนขับอาจไม่ชำนาญทำให้รถเกยบึงน้ำ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ซึ่งดูจากล้อรถด้านหลังที่มีลักษณะของการหมุนฟรี อยู่บนพื้นหญ้า ทำให้ไม่สามารถนำรถลงไปในบึงน้ำได้ จึงได้ตัดสินใจทิ้งรถหนีจนลืมเครื่องยนต์ดังกล่าว



สำหรับคดียิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้ชุดสืบสวนสามารถสืบสวนจนทราบตัวคนร้ายแล้ว รอเพียงการออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป





(ชมคลิป)




Cr:onebnews