Home » » เกิดอะไรขึ้น? วงการสีกากีสะเทือน!! ‘พ.ต.อ.’ แห่ลาออกราชการเพียบ หลังผ่านคำสั่งแต่งตั้ง!!!

เกิดอะไรขึ้น? วงการสีกากีสะเทือน!! ‘พ.ต.อ.’ แห่ลาออกราชการเพียบ หลังผ่านคำสั่งแต่งตั้ง!!!

Written By Best Newsth on Saturday, March 17, 2018 | 6:50 AM



กว่าจะตะเกียกตะกายปีนป่ายคว้าดาวมาติดเต็มบ่า ใช้เวลานานเนิ่นเกิน 10 กว่าปี ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบภารกิจหลายหน้างาน ตำรวจหลายนายผ่านการฝึกความอดทนจากทั้งโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อย ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะอะไร แต่มีใบบันทึกข้อความลาออกหลายนายโผล่แชร์ว่อนโซเชียลเป็นระยะๆ จนอดใจหายไม่ได้

ล่าสุด ภายหลังคำสั่งแต่งตั้งวาระ 2561 ออกเพียงไม่กี่วัน ใบบันทึกข้อความขอลาออกจากราชการตำรวจ ปรากฏชื่อ “พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ” ผกก.สภ.พะวอ จ.ตาก นรต.34 แชร์สะพัดโซเชียล ให้เหตุผลที่ลาออกเพราะปัญหาด้านสุขภาพ โดยมี พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก เซ็นอนุมัติไปเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

ตามด้วยใบบันทึกข้อความขอลาออกจากราชการของ “พ.ต.อ.สนอง บุญเกิด” ผกก.สภ.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขอลาออกไปประกอบอาชีพอื่นที่มีความก้าวหน้ากว่า โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เซ็นอนุมัติคำสั่งลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2561

แต่ที่เรียกเสียงปรบมือจากตำรวจผู้ร่วมชะตากรรมไม่สมหวังในคำสั่งแต่งตั้ง น่าจะเป็นเหตุผลจากใจตรงไปตรงมาของ พ.ต.อ.สุรชาติ ขำเพชร ผกก.ฝอ.ภ.จว.จันทบุรี นักเรียนนายร้อยรุ่น 48 ที่ส่งใบบันทึกการลาออกถึงผู้บังคับบัญชา ภายหลังถูกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายไปเป็น ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.3 โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า

“ด้วย ข้าฯพ.ต.อ.สุรชาติ ขำเพชร ผกก.ฝอ.ภ.จว.จันทบุรี ได้ทราบคำสั่ง ตร. ที่ 82/2561 ลง 28 ก.พ.2561 แต่งตั้งข้าฯ ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.3 ซึ่งไม่สะดวกในการดูแลครอบครัว เนื่องจากบุตรที่ยังเล็ก เพื่อเป็นประโยชน์ส่วนตน จึงขอลาออกจากราชการ ซึ่งข้าฯได้พิจารณาแล้วว่าการลาออกครั้งนี้ ข้าฯไม่มีหนี้สินต่อทางราชการ และไม่ได้ดำรงตำแหน่งในสังกัด ภ.จว.จันทบุรี อีกแล้ว จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการอีกต่อไป ไม่เป็นการเสียหายต่อทางราชการ และหากข้าฯจะต้องไปลาออกเมื่อเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่จะเป็นการยุ่งยากลำบาก ในการทำเรื่องขออนุญาตลาออกและการรับบำนาญ จึงขออนุญาตให้วันลาออกมีผลในวันที่ 14 มี.ค.2561 ถือว่าเป็นการลาออกด้วยเหตุผลความจำเป็นพิเศษตามนัยระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยการลาออกจากราชการขอข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2550 ข้อ 3 วรรค 2 พร้อมกันนี้ ข้าฯได้แนบหนังสือขอลาออกจากราชการมาด้วยแล้ว”



อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2560 พ.ต.อ.สุรชาติ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น ผกก. เมื่อปี 56 วาระปี 55 เป็น ผกก.สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี จึงจัดว่าเป็นตำรวจหนุ่มที่มีอนาคตไกลไฉไลในรุ่น อีกทั้งครอบครัวทำธุรกิจเป็นเจ้าของตลาดอยู่ที่ จ.ระยอง กระทั่งปี 2557 กระแสข่าวว่ากันว่า พ.ต.อ.สุรชาติ เป็นตำรวจเลือกข้างทางการเมือง จึงโดนโยกมาเป็น ผกก.ฝอ.ภ.จว.จันทบุรี จนกระทั่งปี 60 ได้ทำเรื่องลาออก แต่ บก.ภ.จว.ดึงเรื่องไว้ ครั้งนี้ถูกย้ายไปเป็น ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.3 มีการทำเรื่องลาออกอีกครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างผู้บังคับบัญชาการพิจารณา

ที่รู้ๆ มีแค่ 3 ราย แต่ที่ไม่รู้ “ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าอีกเท่าไร” ท้ายสุดแล้วอะไรกันแน่เป็นตัวชี้วัดความเจริญก้าวหน้าในเรื่องตำแหน่งยศศักดิ์ ตำรวจขยัน อดทนทำงานจะได้ดีดั่งคำผู้บังคับบัญชาว่าไว้ หรือใช้หลักเกณฑ์ความสนิทสนมเข้าว่า คงต้องรอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไข เหตุใดลูกน้องจึงค่อยๆ ถอดใจหนีหายไปเรื่อยๆ

ขอบคุณทีมา ไทยรัฐออนไลน์