Home » » ด่วน! นักธรณีฯ คาด 13 ชีวิตติดอยู่โถงทิศใต้ หาดพัทยา พบหน้าผา-หลังถ้ำ ช่องทางช่วยได้ มีความหวังอีกครั้ง!!!!

ด่วน! นักธรณีฯ คาด 13 ชีวิตติดอยู่โถงทิศใต้ หาดพัทยา พบหน้าผา-หลังถ้ำ ช่องทางช่วยได้ มีความหวังอีกครั้ง!!!!

Written By Best Newsth on Tuesday, June 26, 2018 | 3:39 AM




***จากกรณีมีนักฟุตบอล และผู้ฝึกสอน หายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมานายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 รับแจ้งว่ามีผู้ที่พากันเดินทางเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคนแล้วไม่กลับออกมาอีกเลย โดยพบรถจักรยานรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำนั้น ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนเวลาผ่านไป 50 กว่าชั่วโมง ยังไม่เจอตัวผู้ใด



นอกจากการระดมกำลัง ช่วยเหลือโค้ชผู้ฝึกสอนและเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าแล้ว การวิเคราะสภาพภายในถ้ำและอากาศ รวมถึงทางเข้า-ออก นอกจากมีทางเดียวแล้ว จะมีทางอื่นหรือไม่นั้น นักธรณีวิทยา วิเคราะห์ว่าทั้ง 13 คน น่าจะอยู่บริเวณตลิ่งโขดหินทางทิศใต้ของพัทยาบีช ซึ่งจุดนั้นจะมีอากาศหายใจได้ กรณี นายเอกพล จันทะวงษ์ โค้ชฟุตบอลทีมหมูป่า พร้อมนักฟุตบอลลูกทีม รวม 13 คน หายไปภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยระดมกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และหน่วยกู้ภัย ช่วยกันค้นหาจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว เจอเพียงรองเท้าแตะ 12 คู่ รถจักรยาน 11 คัน จอดอยู่หน้าถ้ำ

ส่วนสาเหตุที่ทั้ง 13 คน สูญหายไป เนื่องจากน้ำท่วมปากถ้ำ ทำให้ทั้งหมดที่เข้าไป ออกมาไม่ได้ กระทั่งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล ได้เข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้น พบรอยเท้าของผู้สูญหายแต่ยังไม่พบตัว โดยผ่านไปกว่า 60 ชั่วโมงแล้ว ขณะที่ระดับน้ำภายในถ้ำ โดยเฉพาะ 3 กิโลเมตรแรก เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากฝนตกตลอดทั้งวัน ทำให้ต้องตัดสินใจถอนกำลังหน่วยซีลออกมาจากถ้ำ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด หน่วยซีลได้เข้าไปยังถ้ำหลวง เพื่อช่วยค้นหาทั้ง 13 คนอีกครั้ง

โดยคลิปจากเฟซบุ๊ก คาเธ่ย์ หมี ที่ได้แชร์คลิปและข้อความของเฟซบุ๊ก Wiangchai Kunngamkwamdee ว่า “คลิปภายในถ้ำเพื่อค้นหาเด็กๆ นี่คือจุดพักและปฏิบัติการ บริเวณสามแยกระยะ 3 กม. ภายในถ้ำหลวง หน่วยซีลทีมแรกสามารถดำน้ำ ขุดทะลวงทรายที่อุดช่องทางได้สำเร็จ ทีมที่ 2 ดำลอดช่องทางนั้น และค้นหายาวไปอีกราว 1 กม. ไปพบรอยเท้ารอยนิ้วมือและเชือกเปล ที่ภายหลังยืนยันว่าเป็นของกลุ่มเด็กๆจริง แต่ต้องดำน้ำและลอยคอไปอีก ทีมที่ 3 ค้นหาต่อเนื่องพบมือถือ กำลังเข้าใกล้เด็กๆไปเรื่อยๆแล้ว หมายเหตุ : ไม่ใช่แค่ทีมค้นหาเท่านั้น แต่ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกัน บริษัทห้างร้านหน่วยงานชาวบ้าน ต่างพร้อมใจนำข้าวปลาอาหารมาให้ ทุกหน่วยงานบูรณาการทุ่มเทสรรพกำลังเต็มที่ รวมทั้งกำลังใจจากพี่น้องไทยทุกคน รับรู้ได้ทำให้มีแรงฮึดเพื่อเด็กๆ”



ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช เปิดเผยว่า ในฐานะที่เคยเข้าไปสำรวจภายในถ้ำหลวง ตั้งแต่สมัยเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดเชียงราย พบว่าทางเข้า-ออกของถ้ำนี้มีทางเดียว มองว่าอุปสรรคในการค้นหาครั้งนี้ มาจากน้ำขุ่น ซึ่งน้ำที่ขุ่นนั้นอาจมาจากฝั่งพม่าแล้วไหลลงมาสู่แม่น้ำแม่สาย ซึ่งฝั่งไทยเป็นพื้นที่ต่ำ ถ้าเป็นลักษณะนี้ยากต่อการค้นหา เพราะถ้าน้ำที่มีจากหินปูน น้ำจะใส และเจ้าหน้าที่จะสามารถดำน้ำได้ลึกกว่านี้ ส่วนที่เป็นปล่องนั้น เป็นเพียงคำพูดบอกเล่าของชาวบ้าน คาดว่าจะตัน เพราะถ้าหย่อนอาหารไปให้ เด็กจะต้องเห็น และร้องตะโกนให้ช่วยเหลือได้

อย่างไรก็ตาม ภายในถ้ำจะมีความซับซ้อน เชื่อว่าเด็กคงอยากรู้อยากเห็นจึงเดินเข้าไปในซอกหินที่ลึก แต่เชื่อว่าเด็กน่าจะปลอดภัย คาดว่าอยู่ในพื้นที่แห้งสูง นอกจากนี้อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังอยากให้นักภูมิศาสตร์ หรือ บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยค้นหาโค้ชและเด็กนักฟุตบอลครั้งนี้ด้วย เพราะนักภูมิศาสตร์เคยเข้าไปสำรวจน่าจะรู้เส้นทางดีว่าจุดใดเป็นพื้นที่ปลอดภัยและอันตราย



ขณะนี้ ในส่วนโถงกลาง ที่คาดว่าจะพบ 13 ชีวิต แต่กลับไม่พบ ล่าสุด นักธรณีวิทยา นายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำ วิเคราะห์ไว้ว่า ในระยะ 1 กิโลเมตรแรก จะมีความต่ำสูงของพื้นที่ เมื่อเข้าไปในถ้ำหลวง จะเจอแยกทางโถงหลัก ทางตะวันตก ทางตะวันออก แล้วเลี้ยวซ้ายไปหาทางใต้ เกือบเหนือใต้ โซน 27-33 ซึ่งเป็นผังถ้ำเดิม พื้นที่ตรงนี้จะห่างจากบริเวณ พัทยาบีช ลงไปทางใต้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ตลิ่ง เป็นดินเหนียว ซึ่งเป็นบริเวณดินโคลนถล่ม เป็นจุดที่อยู่เหนือน้ำ เพดานถ้ำสูง ทำให้มีอากาศหายใจสูง คาดว่าโค้ช และเด็ก อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ปลอดภัย

“หาดพัทยา จะเป็นจุดแคบ จุดหนึ่ง แล้วขยายไปอีก จากโถงยาวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยาวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนจะมีแยกอีกหลายโถง แต่น่าจะอยู่โถงแห้ง และมีแหล่งน้ำนิ่ง ประทังชีวิตได้ แต่ห่วงเรื่องอาหารมากกว่า โดยจากปากถ้ำไปหาดพัทยา ไปประมาณ 3 กม. ตรงหาดพัทยาจะแคบเล็ก จากนั้นขยายมาอีกจะมีโถงยาว และ โถงหลัก ก่อนจะมีโถงแยกอีกหลายโถง สถานการณ์นั้นเด็กจะไปอยู่ในโถงไหน แต่คิดว่า จะอยู่ในโถงหลักก่อน ส่วนโถงรอง เป็นพื้นที่แห้ง ก็แนะนำให้เข้าไปดูก่อน” ส่วนการใช้โดรน อยากให้ใช้แบบที่จับรังสีอินฟราเรดได้ มีโอกาสจะเจอตัวได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางธรณีวิทยา ยังวิเคราะห์ว่าจะมีเส้นทางใดที่สามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือได้อีก โดยตอนนี้จากที่ดูแผนผังแล้ว พบว่าบริเวณหน้าผา หรือ หลังถ้ำ อาจเป็นช่องทางเข้าไปช่วยเหลือเด็กและโค้ชได้อีกทางหนึ่ง

ขอขอบคุณ ช่อง3 , ขอบคุณภาพ Wiangchai Berm Kunngamkwamdee